2006/May/15

ยาวเหมือนตอนที่แล้วแต่อ่านเถอะนะ

ต่อไปนี้จะขอเล่าเรื่องของเมื่อวาน (ซึ่งเป็นอดีตกาลนะจ๊ะ)

สืบเนื่องจากตอนที่แล้ว

คือว่าในคืนวันเสาร์เพื่อนเราก็ตกลงที่จะลองของกับเราในวันรุ่งขึ้นก็นัดเวลากันเสร็จสรรพกันตอนเที่ยงเด๋วเจอกัน ที่ต้องรีบไปเพราะว่ากลัวคนเต็มเสียก่อน แต่เพื่อนมาตอนบ่ายโมงยี่สิบ เพราะมันบอกว่าแม่มันบังคับให้ช่วยงานก่อน แล้วค่อยออกไปข้างนอก(คนรอล่ะเซ็ง แต่ระหว่างรอก็นั่งกินข้าวกลางวันเสร็จประมาณเที่ยงสี่สิบนาที) พอเพื่อนมาเราก็พยายามทำไม่โมโห แต่เร่งมันหน่อยๆ เพราะกัวว่าจะไปไม่ทัน พอไปถึงสถานีเพชรบุรีก็ต้องต่อแท็กซี่ไง แมร่งเอ๊ยแท็กมันไม่ชินทางอ่ะ เราต้องบอกอีกเฮ่อ เซ็ง พอไปถึงนะฮะ คนเยอะโคตร ก็วันสุดท้ายอ่ะ มันยังมีให้กรอกtruelifeของมันอีกแน่ะ แล้วเราก็ยื่นหลักบานทั้งหมดให้เขาตรวจสอบ แต่ทว่า...

เขาให้เอาสำเนาบัตรประชาชนจ๊ะ ไม่ใช่บัตรประชาชนจริงๆ (ก็ในนั้นมันเขียนไว้ว่าเอาบัตรประชาชนไปกัน กรูล่ะเบื่อแม่ง งืมๆๆ แต่กรูก็โง่เอง ต้องต่อคิวถ่ายเอกสารอีก) อ๊ะแต่กราต่อคิวมันก็ต้องมีสิ่งดีดีเกิดขึ้นล่ะสิเนี่ยอ๊ากกก เจอคนหน้าตาดีด้วย555+ กำไรล่ะเรา อ๊ะก็ถ่ายเอกสารเรียบร้อย ตรวจทานเรียบร้อย ก็จะยื่นเรย เพราะตอนนั้นเนี่ยมันถึงคิวที่1500กว่าๆแว้ว ที่เราเห็นอ่ะนะ กัวไม่ทันเรยรีบเรย แต่ก็เกิดอุปสรรคอีกอ่ะ

คืออย่างนี้ เพื่อนเราก็เอารูปถ่ายขนาดโปสการ์ดมาตามที่เขาสั่งอ่ะนะ แต่ว่า...คนตรวจทานเขาบอกว่ามันเล็กไปอ่ะน้อง(หน้าเพื่อนเราในรูปนะ มะใช่อย่างอื่น) บอกว่าไปถ่ายรูปสติกเกอร์ข้างล่างนะจ๊ะ ก็โอเค เราก็พาเพือ่นไปถ่ายรูปข้างล่าง (เอกสารของเราเสณ้จเรียบร้อย ผ่านหมด เหลือแต่ไปเอาเลขที่สมัครอย่างเดียว แต่เราต้องไปพร้อมเพื่อนไง อยากไปออดิชั่นรอบเดียวกับมัน เราเรยยังไม่เอาเลขที่สมัครอ่ะ)

เพือ่นเรามันก็รอถ่ายรูปตั้งนานแน่ะ แต่แถวที่คอยมันก็ยังไม่ขยับเรยอ่ะ เราเซ้ง เพราะรอตั้งนานแร่ะ เรยบอกเพื่อนไปถ่ายรูปที่ฟอร์จูนดีกว่าว่ะมึง มันก็บอกว่ากัวเราไม่ได้อ่ะ เพราะเห็นเพื่อนเรามันบอกว่าเขาเอาแค่1700คนแรกเองไม่ใช่เหรอ เราบอกว่ากูอยากไปพร้อมกับมึงอ่ะนะ แล้วเราก็จับมือกันขึ้นแท็กซี่ไปฟอร์จูนด้วยกัน555

แต่พอไปถึงเดินๆๆๆๆๆๆจนแล้วจนรอดก็ยังไม่เจอร้านถ่ายรูปติกเกอร์ที่นั่น แต่เหมือนสวรรค์ดล เพราะว่า...เจอร้านถ่ายรูปปกติอ่ะ แต่ว่าเขาว่าน้องต้องรอ1ชั่วโมงนะคะ ด่วนสุดแล้วเราก็ไม่เอา เดินต่อไปอีก555ไม่เจออ่ะเดินทั่วมากเรย ทีนี้พอกลับมาร้านเก่า สอบถามให้ชัวร์เขาบอกว่ามีร้านติกเกอร์ร้านนึงตรงชั้นหนึ่ง หน้าโลตัสเรย เราก็ไปแต่เดินทั่วเหมือนกันก็ไม่เจอ ลงชั้นใต้ดินเผื่อเจอ แต่ถามแม่ค้าเขาบอกว่าร้านติกเกอร์อยู่ติดกับATM อ้าวกรูว่าไม่เห็นมีเรย ทีนี้เราเรยถามแม่ค้าร้านE'z เขาบอกว่าไม่มีแล้วค่ะ ร้านติกเกอร์เนี่ย กูเซ้งเรยยยยยย ทีนี้เพื่อนก็ถามร้านถ่ายรูปอีกอ่ะ เขาบอกว่าในโลตัสข้างร้านขายน้ำมีแบบถ่ายด่วนค่ะน้อง(ตอนนั้นเราก็เดินผ่านร้านนี้แร่ะล่ะ แต่ไม่ได้สนใจเฮ่อ) เรากับเพือ่นเรยเดินไปพร้อมกัน พอไปถึงเขาบอกว่าตอนนี้ผมไม่รับถ่ายรูปด่วนแล้วคับ แต่จะมีอีกร้านนึงที่มีถ่ายรูป(ร้านที่ว่าคือไอ้ร้านรอ1ชั่วโมงไง) เราเรยไม่เอา

เฮ่อเหตุการณ์ข้างต้นที่ช่างตรงกับท่องหนึ่งของเพลง จริงๆ ที่ว่า"อุปสรรคขวากหนามมากมายเหลือเกิน"

เราก็เข้าห้องน้ำที่โลตัส แล้วมาตกลงกันว่าจะเอาต่อยังงัยกับชีวิต เพราะตอนนี้ก็4โมงเย็นแล้ว เราบอกว่าไหนๆก็ออกมาแล้วก็ไปดูหนังที่houseดีกว่า ดูอาหารตาด้วย อิอิก็ตกลงไปต่อกัน พอไปถึงเราก็2ใจไงว่าจะลุยดีมั้ย ขึ้นลงชั้นที่สมัครกับเพือ่นหลายรอบอยู่ แล้วมานั่งคุยกันว่าจะเอายังไง (เพราะตอนนี้นไม่ดูหนังแล้วไง เพราะไม่อยากดูกระทันหัน) เราบอกว่า กลับบ้านกันเถอะ เพือ่นเราก็บอกว่าแต่หลักฐานแกผ่านแล้วนะ เราก็บอกกลับบ้าน แต่พอยืนรอรถแท็กซี่ ก็เปลี่ยนใจอีก ไปไหนๆมาแล้ว กูสู้ ไปเอาเลข ถ่ายรูปเสร็จสรรพได้เบอร์ BK3-1845ตอนได้มาสติกเกอร์ที่แปะเบอร์แบบที่มีสัญลักษณ์รายการมันหมดไปอ่ะนะเหลือแต่สติกเกอร์ขาวๆ ทีนี้ก็มานั่งรอข้างล่าง เห็นคนรอถ่ายรูปกันน้อยมากๆเพราะตอนนั้น16.45น. เขาปิดรับ17.00น. เราเรยบอกให้เพือ่นไปถ่ายรูป เพราะว่าเป็นโอกาสสุดท้าย เราก็เข็นเพื่อนไปจนได้ แต่กว่าจะได้รูปถ่ายก็17.03น. เราก็รีบขึ้นไปให้เขาตรวจหลักฐานเรย มันก็ได้เบอร์1901 แล้วพาไปถ่ายรูป แหมมมมันเก๊กมากกว่าเราอีกสวยเชียว เราล่ะถ่ายแบบยิ้มเฝื่อนๆ อายอ่ะ แล้วมานั่งรอข้างล่างดูอาหารตา จิบโกโก้

ทีนี้คิดว่าจะดูหนังก็ไปดูรอบ ระหว่างดูรอบคนที่ถ่ายรูปเซ็ตเดียวกับเพื่อนเรามาขอเบอร์พวกเราเพราะว่าเขามีธุระต่อไง จะฝากดูคิวเราก็โอเค เพราะว่าเขาก็เป็นพวกคิวท้ายๆเหมือนกัน แถมเป็นเพื่อนร่วมถ่ายรูปเซ็ตเดียวกันเพือ่นเราอีก เราก็นั่งนอนรอ กว่าจะได้ออดินชั่นจริงๆ ปาเข้าไป21.40น.

ระหว่างรอ เขาก็พูดๆๆให้เป็นตัวของตัวเอง อย่างเกร็ง ประมาณนี้เราก็เข้าไป คนออดิชั่นเราก็คือ ครูบิ๊กอ่ะนะ เราก็eye contact กับกรรมการนิดนึง ปากก็ร้องเพลงไปๆๆๆ เราร้องเพลง รัก ของพี่ปุ๊ 555 แต่ร้องได้เกือบถึงท่อน "แต่ไม่รู้จะขอบคุณ..." เขาก็บอกว่า ครับ ขอบคุณมากครับ เป็นอันจบของเราเรย โล่งสิ เราก็เดินออกแต่ยังไม่ผ่านสปอตไลท์เท่าไร เราก็ผ่อนลมหายใจมาเรย ฟู่ เบาๆ(ทางปากนะจ๊ะ อย่าคิดว่าที่อื่น ชั้นไม่ทุเรศขนาดนั้นต่อหน้าประชาชี) โล่งจายๆๆๆ ในเซ็ทเราก็มีคนเก่งๆๆด้วยแร่ะ เราล่ะเชียร์เขาด้วย(เพราะว่าเรารู้ตัวไง ว่าห่วยสุดๆๆในเซ้ทนี้ แล้วเรามาเอาประสบการณ์ ขำขำด้วย)

ออกมารอข้างนอกสักพัก เพื่อนเราก็ออกมาแล้วก็ขึ้นแท็กซี่กลับบ้านกัน แต่ก่อนกลับแวะตลาดหาของกินก่อน เพราะเราไม่ได้กินอะไรเร้ย ตั้งแต่ข้าวกลางวัน มีแต่น้ำ1ขวด กับโกโก้ร้อน1แก้ว ทั้งปวดหัว มึนหัว แล้วก็หิวมากๆ พาลอารมณ์เกือบเสีย พอกินเสณ็จก็ค่อยยังชั่ว แล้วเราก็ขึ้นแท็กซี่ไปส่งเพื่อนเราก่อนแล้วย้อนเข้าบ้านเราอีกที เป็นอันจบการสมัครAF3ของพวกเรา2คน

ปล. ตอนที่เดินทางกำลังจะกลับไปเฮ้าส์อ่ะนะ เพื่อนเรามันก็บอกว่ายังกะที่หมอดูทายเรย เราอ่ะไม่ผ่านหรอก(เพราะหลักฐานไม่แน่นพอที่จะผ่าน ติดแค่รูปเท่านั้นเอง) แต่แก(หมายถึงคนเขียนนะ)อ่ะมีสิทธิ์ผ่านไปนิดนึง ตามไพ่ที่เปิดเรย เราก็คิด เออจริงว่ะ แต่เราก็บอกมันไปว่า แกก็อย่าไปเชื่อดิวะ เราก็ต้องเลือกทางเราเอง อยู่ที่เรา(ผลคือ เป็นไงล่ะ เพื่อนเราก็ได้ออดิชั่นจนได้ ต่อให้ตกรอบทั้งคู่ก็ไม่เสียดาย ส่วนเราตอนแรกก็2ใจ เพราะท้อที่ไม่ได้ไปพร้อมกับเพื่อน แต่เราก็เอาวะกูสู้ ยังไงซะอยากฝากบอกคนที่เชื่อเรือ่งนี้นักว่า ฟังหูไว้หูว่ะ เรากำหนดเราเอง อย่าให้ใครทำลายโอกาสเรา)

เมื่อใครได้อ่านตั้งแต่ตอนที่แล้ว จนจบบรรทัดนี้ก็ขอแสดงความยินดีด้วยนะคับ เพราะคุณคือคนที่ทรหดกับการอ่านได้ดีมาก ขอปรบมือให้นะ แปะแปะแปะ!!!

2006/May/13

ช่วงนี้เป็นอารายก็ไม่รู้ เบื่อคนจริงๆ(ไม่ใช่เป็นแบบโรคหมาบ้านะ ที่จู่ๆก็เงียบๆไปจนผิดสังเกต แต่เรายังเป็นปกติอยู่จ๊ะ ยังไม่บ้า สติยังดีอยู่)

คือเรื่องของเรื่องไม่ใช่อะไรหรอก คืออย่างนี้

2อาทิตย์ก่อน ไปดูดวงกับเพื่อน พอเราดูดวงเสร็จเพื่อนก็ดูต่อ มันดูแบบไพ่ยิปซี ทีนี้มีเรื่องนึงที่เพื่อนกับเรากระสันต์อยากจะทำมาก ว่าจะแทคทีมกันไปด้วยกัน ไม่อยากบอกว่าจะทำอะไรเขินน่ะ (แต่บอกดีกว่าเด๋วคนอ่านจะเข้าใจฉันผิด แต่นแต่นแต๊น นั่นก็คือ สมัครAF3ไงล่ะจ๊ะ)

คืออย่างนี้ เราจะวางแผนกันไว้ว่าจะดันกันเองเผื่อใครคนใดคนหนึ่งเข้ารอบก็จะได้รางวัลไง เป็นความคิดที่ชั่วร้ายดีนะ (ณ ตอนนั้นเรายังไม่เห็นใบสมัครว่าหน้าตาเป็นอย่างไรนะ) ขอเม้าท์ก่อนว่า ดวงที่เราไปดูก็เรื่องทั่วๆไปตามวิสัยของคนสามัญ เช่นเรื่องความรัก การเรียน อะไรประมาณนี้ แล้วก็มีอย่างอื่นอีกนิดหน่อย

กลับมาที่เรื่องของเพื่อนเรา อันนี้ที่มันจะดูเรือ่งแกนๆของมันก็เสร็จสิ้นแล้ว ทีนี้เป็นช่วงที่เหมือนกับว่าระบุคำถามว่าจะถามอะไร ประมาณนี้ มันก็ถามเรือ่งแฟนก่อน คำถามที่ 2 คราวนี้มันก็ถามเรือ่งการประกวดครั้งนี้ ผลคือ หน้าไพ่ทั้ง3ใบบอกว่ามันไม่ติด!!! เอาแล้ว อีเพื่อนคนนี้มันเชื่อสิคุณ มันไขว้เขวเรื่องนี้แล้วล่ะ

พอดีตอนก่อนหน้าที่เพื่อนเราจะดูดวง เราก็ถามหมอดูแบบขำขำเกี่ยวกับเรือ่งนี้ไป เพราะยังงัยเราคิดว่า ไปประกวดเนี่ยเอาประสบการณ์ ขำขำ ยังไงก็ไม่ติด แต่ถ้าติดก็ถือว่ากำไร แต่หมอดูก็ไม่ได้บอกเรือ่งนี้กับเรามากนัก เพียงแต่บอกว่าตัวเราน่ะไม่ชอบที่จะแสดงตนเท่าไร แต่ชอบที่จะดันคนอื่นมากกว่า(ซึ่งเราว่าจริง เพราะเราก้เป็นแบบนั้น ใครอยากไป ยูก็ไปก่อนเราเรย เด๋วเราไว้ไปทีหลังเอง ประมาณนี้) ที่เราดูมันเป็นการดูดวงดาวของเราอ่ะนะไม่ใช่ไพ่แบบเพื่อนเรา

กลับมาเหตุการณ์ปัจจุบัน หมอดูเขาก็เห็นว่าเราอยากรูเรือ่งนี้ เขาก็ให้เราหยิบไพ่มา 3 ใบ เราก็หยิบสิ ของฟรีนี่นา ไพ่บอกว่าก็ได้อยู่ แต่คงไม่ได้ไปถึงรอบลึกๆ เราก็อ้อเหรอ แต่ในใจ ยังไงกรูก็จะสมัคร ช่างหัวมันสิได้ไม่ได้เนี่ย ไม่สน มั่นอ่ะใครจะทำไม ทีนี้การดูดวงของเราก็จบลง ของเพื่อนก็ดูต่อไปหน่อยนึง จากนั้นเราก็กลับบ้านกัน

ในรถแท็กซี่ เราก็มาถกกันเรือ่งดูดวงกันเรื่อยๆแบบสนุกสนาน คราวนี้ก็มาวกกับเรือ่งการประกวด จริงอย่างที่เราคิด มันไม่ค่อยอยากไปเท่าไร มันไม่เหลือความมั่นใจ ประมาณนี้ เราก็บอกว่าแกจะไปคิดอะไรวะ ไปขำขำ ยังไงแกก้ไปแสดงให้เขาเห็น แกลองไปแสดงดูอย่างน้อยเขาก็เคยเห็นหน้าแกแค่ครั้งเดียวในชีวิตก็เท่านั้น อย่าคิดมากดิแก มันก็เฉยๆไป

หลายครั้งเข้าเราก็ถามเพือ่นเรือ่งนี้ คนอ่านคงอยากจุถามเราสินะว่าจะง้อมันทำไม ไม่ไปคนเดียวล่ะ เราจะบอกในที่นี้ว่า เราไม่รู้จะหาใครไปด้วยดี คนที่บ้าๆพอๆกับเรามันดันไปอเมริกา แล้วเพื่อนเราคนอื่นๆมันก็ดูไม่wantกับเรือ่งนี้เท่าไร ซึ่งเราเห็นว่าเรากับเพื่อนที่พูดถึงนี้ น่าจะไปสมัครด้วยกันได้ เรยชวนมันไปด้วยเท่านั้นเอง

พอเราถามเรือ่งนี้ เพื่อนมันดูเหมือนยืนยันคำตอบเดิม จนวันนึง เราก็คุยเอ็มกับเพื่อนเราอีกคน มันบอกว่ามันจะไปสมัคร แต่เราก็ไม่ได้ถามมันว่าไปวันไหนด้วยสิ ความคิดเราเราคิดว่ามันคงพูดเล่นๆไม่ไปสมัครจริง เราเรยไม่ได้ใส่ใจมันเท่าไร พอวันนี้เราคิดว่าสงสัยอีเพื่อนคนแรกนี่แม่งไม่ไปแน่ๆเร้ย เราก็จะโทรไปหาอีกคนดีกว่า เผื่อมันยังคิดว่าจะไปหรือไม่ไปดี กะจะชวนมันไปวันพรุ่งนี้(14พ.ค. 49) เพื่อนเราบอกเราว่า กูเพิ่งไปเมื่อวานเอง ทำไมมึงไม่ไปด้วยกันล่ะ เราบอกไปว่าเมื่อวานกูเพิ่งกลับจากต่างจังหวัด ถึงบ้านตั้ง2ทุ่มอ่ะมึง ตื่นตั้งเที่ยงกะว่าจะไปวันพรุ่งนี้กับอีกคนนึง แล้วก็เล่าเรือ่งนี้ให้มันฟัง เพื่อนเราก็เฉ่งเพื่อนคนแรกของเราให้เราฟังซะยกใหญ่เรยอ่ะ มันก็บอกให้เราหาเพื่อนคนอื่นดู แล้วบอกว่าอย่าปิดตัวเอง คนที่แกนึกไม่ถึงอาจจะสองจิตสองใจอยู่ก็ได้ว่าจะไปหรือไม่ หลังจากคุยกับมันเสร็จ เราก็ลองหาเพื่อนคนอื่นๆยกใหญ่เรย แต่ปรากฎว่าไม่มีใครที่คิดจะไป แงๆๆๆ จริงๆแล้วที่เรามัวแต่จะหาเพื่อน ไม่ไปคนเดียวเนี่ย เพราะว่าเรารู้ว่ามันจะรอนานมากๆไง เรยต้องหาเพื่อนไว้ให้คุยเป็นเพื่อนกัน ไปไหนไปด้วยกันอะไรอย่างนี้ แม้ว่าจะมั่นแค่ไหน แต่จะให้เราไปคนเดียวแบบไม่มีใครรู้จักเรยเนี่ย มันก็ยังไงอยู่อ่ะนะ มีคนไปด้วยมันก็อุ่นใจขึ้นน่ะ

ทีนี้เราเรยขอคอนเฟิร์มกับเพื่อนเราคนแรกว่าจะเอายังไงแล้วเราก็ชักแม่น้ำทั้ง108สายชวนมัน(เพราะเราหาที่ไปไม่ได้แร่ะอ่ะ เศร้า) แต่มันดูเหมือนไม่ได้ตั้งใจคุยกับเราเท่าไร เราโมโหมันมากๆๆๆๆๆๆ แต่ไม่อยากจะตวาดอะไรเพราะเราเคยโมโหแบบนี้อ่ะนะ วีนใส่มัน มันเรยโมโหตอบ แล้วเราก็รู้สึกผิดในครั้งนั้นอยู่ เราเรยพยายยามทำน้ำเสียงให้ปกติดีที่สุด อีกอย่างวันเกิดมันด้วย เรยไม่อยากมีเรือ่งเท่าไร เด๋วจะผิดใจกับเพื่อนเพราะว่าเรือ่งเล็กน้อย จนแล้วจนรอด เราก็คิดว่าโทรสับคุยไม่รู้เรือ่งอยู่ดี เพราะว่าดูเหมือนกันไม่ค่อยได้ตั้ง เราเรยสรุปเองเลยว่ามันไม่ไปแล้ววางสายไป เราไม่รรู้ว่ามันจะได้ฟังเราหรือเปล่า หรือว่ามันจะคิดว่าเราโกรธมันหรือป่าว เพราะตอนนี้มันยังไม่ได้โทรหาเราเรย

จะว่าไปเราไม่ได้โมโหมันนะ แต่เราไม่เข้าใจมันเฉยๆ เรากับมันยังเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม(อู๊ย imageดาราสุดชีวิต)

สรุปวันนี้เราเซ็ง เราเบื่อเพื่อนเราว่ะ

ปล. คนอ่านอ่านกันดีดีนะ กรุณาใช้วิจารณญาณในการอ่านและการฟังทุกชนิด ขอให้สติอยู่กับตัวด้วยเถิด สาธุ

ปล.ที่2 รักคนอ่าน เม้นท์กันก็ดีนะ จะด่าทอเราก็ไม่เป็นไรจ๊ะ เกิดมีipทิ้งเอาไว้ไม่ต้องห่วงนะว่าเราจะตามไปฆาตกรรมคุณคาคอมพิวเตอร์ เพราะว่าเราไม่ใช่คนที่เก่งคอมมากนักนะจ๊ะ พอใช้ได้ไปวันวัน อิอิ แล้วเรายังไม่อยากติดคุกก่อนที่จะเข้าบ้าน AF( in my dream ) ด้วย อิอิ

ไปล่ะจ๊า ยาวหน่อย แต่ทนกันนิดนึงนะ

2006/Apr/16

หวัดดีจ้า

ก่อนจะเล่าวันนี้ก็ขอย้อนไปเมื่อวานก่อน คือแบบว่าเพื่อนโทรมาหาว่าพรุ่งนี้ไปดูหนังกัน เพราะจะได้เหมือนกับว่าส่งเพื่อนก่อนไปออสเตรเลียอ่ะนะ เราก็โอเคนัดกับมันเป็นที่เรียบร้อย ที่เมเจอร์บางกะปินะ บ่ายโมงก็นัดกันเสร็จสรรพ


และวันนี้ก็มาถึง.......เอ๊กอี้เอ๊กเอ๊ก(พิมพ์ถูกป่าวหว่า)

เราก็ไปตามนัดแร่ะ โทรหาเพื่อนมันบอกว่ารอก่อนนะ เด๋วไปๆๆๆตอนนี้ทำธุระอยู่บ้านก่อน ลองโทรหาอีกคนดูว่ามันถึงไหนแล้ว เราก็โทรไปบอกว่า"เออกูถึงแล้วนะเว้ย เด๋วจะนั่งกินโออิชิราเมนรอนะ" แต่เราก็ไม่รู้ว่าที่นั่นมันมีแต่ชาบูชิ เศร้าเจงๆ เราก็เลยนั่งกินข้าวของโรงอาหารของโลตัส งืมๆๆๆๆๆ(คนเยอะมากกกก เพราะช่วงก่อนบ่ายคลายหิว) เราก็กินเส็ดแว้วๆๆๆ โทรไปหาเพื่อนคนแรกว่าถึงไหนแล้ว และแจ้งข่าวร้ายกับมันว่า..."ไอซ์เอจมันมีรอบ13.20นะ มันผ่านมาแล้วแร่ะมีอีกทีก็5โมงเย็นเรยอ่ะ ไปดูที่เดอะมอลล์ดีกว่ามึง" เพื่อนมันก็surpriseเราอ่ะ มันบอกว่า "เออ ต้องเขาเปลี่ยนไปดูที่เดอะมอลล์แทน เพราะN(เพื่อนที่เราโทรไปหาครั้งที่2)อ่ะมันเช็คกับSFแล้ว ว่ามีรอบนะ" "อ้าวมึง บอกกูช้าไปอ่ะ กูอ่ะอยากกินโออิชิ มึงนี่น่าจะโทรมาบอกกูให้เร็วหน่อยนะ กรูเรยอดกินเรยมึง ฮึ่มๆๆ เออเด๋วไปรอที่เดอะมอลล์นะเว้ย" ก็ตกลงเจอกันกับเพื่อนๆเรียบร้อยแล้ว จากนั้นก็ไปจองตั๋วกันได้รอบ15.15น. ก็โอเคกันไปเป็นที่เรียบร้อย จากนั้นก็ไปกินข้าว(ของพวกมันซึ่งเรากินอิ่มแล้ว แงๆๆๆ) เล่นเกมกันหน่อย แล้วก็ไปดูหนังกันโลดดดดด


ตอนนี้ก็อยูในโรงหนังกันแล้ว อิอิ หนังสนุกดี ฮาๆ เราก็ฮาลั่นอยู่นะ ถ้าไปดูคนเดียวไม่กล้านักหรอก แต่อีเพื่อนเรามันฮาลั่นน่ะสิ เราเลยเหมือนมีเพื่อน 5555+ พอดูหนังเสร็จด้วยความอิ่มใจกับความคุ้มค่าของเงินที่เสียไป(สำหรับเราเราให้110/120 ความคุ้มเรายังถือว่าไม่เต็มเท่าไรนะ แต่ก็อยู่ในระดับดีอ่ะ)


ออกจากโรงหนังก็มาเข้าห้องน้ำกันล่ะทีนี้ แต่มีเพื่อนคนนึงมันไม่เข้า แล้วบอกว่าเราปวดอึ๊ เราบอกว่าไปเข้าห้องน้ำแถวfitness firstดีกว่า หรูดี เงียบด้วยเราช๊อบชอบ(เราปวดเองหรือมันปวดวะ ทำไมเราต้องชอบ งงตัวเอง) ก็พามันไปเข้า แบบว่าห้องน้ำคนเต็มครับ เพื่อนเราเศร้า ซักพักก็มีคนออกมาจากห้องริมสุดติดกับทางออก พอเพื่อนเราเข้าไป ก็เรียกให้เข้ามาดูอะไรนี่ พอเราไปถึง อู้ววววว......................................ฮาแตกอ่ะชักโครกมันสำหรับเด็กน้อยอ่ะคุณเอ๋ย ไม่น่าเชื่อๆๆๆขนาดน่ารักมีด้วยอ่ะ ชอบๆๆๆๆ แต่เอ๊ะ เมื่อคิดไปก่อนหน้ามีผู้ใหญ่ออกจากห้องนี้นี่หว่า เราก็บอกว่า ถ้าเข้าไปฉี่นะ คงเล็งพลาดอ่ะ มันอาจจะเลอะนอกโถก็ได้ เมื่อโถเล็กแบบเด็กนั่งเสียขนาดนั้น สักพัก อีก2ห้องก็มีคนออกมามันก็เข้าไป บอกว่าต้องมาดูห้องน้ำห้องนี้เป็นชักโครกแบบปกติอ่ะ แสดงว่าห้องนั้นห้องเดียวที่สำหรับเด็กโดยเฉพาะ "อ่ะแก รีบเข้าไปอึ๊เถอะนะ เด๋วเราเรียกเพื่อนมาดูห้องน้ำเด็กก่อน"(ที่กล้าพูดเพราะว่าเหลือแค่เรา2คนในห้องน้ำแล้วไง อย่างที่บอกว่าห้องน้ำนี้มันก็เงียบอยู่นะ คนเข้าไม่ค่อยมาก เราก็เรียกเพื่อนให้มาดูกัน ซึ่งเพื่อนผู้หญิง1เดียวในกลุ่มก็มากันด้วย ก็ฮากันยกใหญ่ และแล้วเรื่องที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น มีผู้ชายเข้าจะห้องน้ำเราเรยดันเพื่อนผู้หญิงเราเข้าห้องส้วมเด็กไปก่อน แล้วเรากับเพื่อนอีก3คนก็ออกมาดูต้นทางว่า คนข้างในออกมาหรือยัง มีคนอื่นเข้ามาอีกมั้ย แม่บ้านจะเห็นหรือป่าว แต่เหมือนกับว่าเจ๊คนนี้มันซวยอ่ะ คนเข้าห้องน้ำมากันอีก2-3คน แต่ละคนนะ เข้านาน ไอ้เราที่อยู่ดูต้นทางข้างนอกก็ฮาอ่ะ แล้วมันจะออกมาได้มั้ยหว่า แต่รอสักพักเพื่อนเราก็ออกมาได้โดยไม่โดนหาว่าเป็นพวกจิตวิปริต 555+(อันนี้เราตั้งให้เองนะ) จากนั้นอยู่ห้างกันแปปนึง แล้ว17.40น. เราก็กลับบ้านอย่างเกือบโดยไม่สวัสดิภาพ ทำไมน่ะเรหอ จะเล่าให้ฟังต่อไปนี้ พอเราลงลิฟท์มาก็คุยกับเพื่อนอีกสัก30นาทีได้มั้ง เราก็แยกย้ายกลับบ้านกับเพื่อนอีกคนนึง ก็ไปซื้อพายที่แมคฯก่อนกลับบ้าน แต่ตอนออกจากแมคฯอ่ะดิ พรมตรงประตูอ่ะ ยางข้างล่างมันเกาะกับพื้นไม่ดีพอ เราเกือบล้มแน่ะ ดีที่เกาะประตูไว้ทันอ่ะนะไม่งั้นหน้าตาคงแหกคากับกระจกประตูแน่นอน ซึ่งเราต๊กกะจายสุดๆ ดีไม่แหกปากไป เพราะตอนนั้นเหวอมากกว่า อายมากๆๆๆ อิอิ(ประจานความเลวของตนเอง) ถ้าปกติ เราอาจแหกปากดังแร่ะ (ถ้าแหกปากไปคนอาจจะเห็นมากกว่านี้มั้ง 555)


จากนั้นเราก็กลับมาถึงบ้านก่อนเวลาฝากรักไว้ที่ปลายฟ้าฉายก่อน10นาทีอีก5555 รวดเร็วมาก เพราะรถไม่ติดเรย โชคดีเจงๆๆๆ เท่านี้แร่ะวันนี้ ไปก่อนนะ บ๋ายบาย